แคตตาล็อกตัวอย่าง · รวบรวมโดยนักโบราณคดีต่างดาว

All Tomorrows — พันล้านปีของมนุษยชาติ

มนุษย์ไม่ได้สูญพันธุ์ด้วยการระเบิด หากแต่ถูกปั้น ถูกตัดแต่ง และถูกทิ้งไว้ให้กลายเป็นสิ่งอื่นนับพันรูปแบบ หน้านี้คือสมุดบันทึกภาคสนามที่เรียงตัวอย่างทุกชนิดตามลำดับเวลา จากบรรพบุรุษถึงลูกหลานสุดท้าย

8 ยุค · 43 ตัวอย่าง

ยุคที่01

ดาวอังคารและเผ่าชาวดวงดาว

Mars and the Star People

~ศตวรรษที่ 21 ถึงอีกหลายพันปีข้างหน้า

มนุษย์โลกตั้งรกรากบนดาวอังคาร ปรับแต่งดาวเคราะห์จนอยู่อาศัยได้ ชาวอังคารแยกตัวเป็นอิสระจนเกิดสงครามระหว่างสองดาว หลังสงครามทั้งสองฝ่ายร่วมกันสร้างมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า Star People เพื่อออกไปตั้งอาณานิคมทั่วกาแล็กซี ยุคทองของมนุษย์จบลงเมื่อพบฟอสซิลที่บ่งบอกว่ามีสิ่งมีชีวิตขั้นสูงต่างดาวอยู่จริง

ภาพวาดสปีชีส์ มนุษย์โลก (Humans (Terran humans)) จากดาวอังคารและเผ่าชาวดวงดาว — ราวศตวรรษที่ 21 ถึงยุคล่มสลายของโลก
No. 001 · Humans (Terran humans)

มนุษย์โลก

Humans (Terran humans)

ราวศตวรรษที่ 21 ถึงยุคล่มสลายของโลก

มนุษย์โลกส่งคนไปตั้งรกรากบนดาวอังคาร และสุดท้ายถูกแทนที่ด้วย Star People

ถิ่นที่อยู่: โลก (Earth)

  • ประชากรโลกพุ่งถึงราว 12,000 ล้านคน
  • ทรัพยากรโลกเริ่มขาดแคลน
  • มีเทคโนโลยีแต่ติดการเมืองและความเฉื่อยชา
  • ปรับแต่งดาวอังคารให้เหมาะกับการอยู่อาศัย

จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง คือมนุษย์ธรรมดาบนโลกที่เริ่มมองหาที่อยู่ใหม่

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้นจนถึงราวหมื่นสองพันล้านคนและทรัพยากรใกล้หมด ผู้นำโลกก็หันไปมองดาวอังคารเป็นทางออก แม้เทคโนโลยีมีมานานแล้วแต่การเมืองและความเฉื่อยชาทำให้โครงการล่าช้า ในที่สุดมนุษย์ก็เริ่มปรับแต่งดาวอังคารด้วยจุลินทรีย์ที่ตัดต่อพันธุกรรมและให้ดาวหางพุ่งชนเพื่อนำน้ำขึ้นมา จากนั้นจึงนำพืชและสัตว์จากโลกที่ดัดแปลงแล้วไปปล่อย ผู้คนอพยพไปด้วยยานเที่ยวเดียวเพื่อสร้างบ้านใหม่ ต่อมาโลกกับอาณานิคมเกิดความขัดแย้งจนเป็นสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนนับพันล้าน หลังสงครามมนุษย์ทั้งสองดาวตัดสินใจรวมกันสร้างมนุษย์สายพันธุ์ใหม่เพื่อเผชิญจักรวาลต่อไป
ภาพวาดสปีชีส์ ชาวอังคาร (Marinerians) (Martians (Marinerians)) จากดาวอังคารและเผ่าชาวดวงดาว — ~1,000 ปีหลังเริ่มตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร
No. 002 · Martians (Marinerians)

ชาวอังคาร

Martians (Marinerians)

~1,000 ปีหลังเริ่มตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร

ชาวอังคารรบกับโลกจนทั้งสองฝ่ายเสียหายหนัก แล้วรวมกันเป็น Star People

ถิ่นที่อยู่: ดาวอังคารที่ปรับแต่งแล้ว มีทะเลในแบบเมดิเตอร์เรเนียนตรง Valles Marineris

  • ตัวสูงเพรียวบางเพราะแรงโน้มถ่วงต่ำ
  • ใบหน้ายาวเป็นเหลี่ยม
  • ผ่านทั้งวิวัฒนาการและการตัดต่อพันธุกรรม
  • มีอุดมการณ์ต่อต้านโลกฝังลึก

ลูกหลานผู้ตั้งรกรากบนดาวอังคาร ที่เติบโตจนกล้าประกาศอิสรภาพจากโลก

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
หลายร้อยปีหลังการตั้งรกราก ประชากรบนดาวอังคารเริ่มมีอัตลักษณ์ของตัวเอง ร่างกายสูงเพรียวขึ้นจากแรงโน้มถ่วงที่ต่ำกว่าและการตัดต่อพันธุกรรม พวกเขาเรียกตัวเองว่า Marinerians ตามชื่อหุบเขา Valles Marineris ซึ่งกลายเป็นทะเลในหลังการปรับสภาพดาว วัฒนธรรมบนดาวอังคารเต็มไปด้วยธีมการต่อต้านโลก จนในที่สุดราวพันปีหลังการตั้งรกราก ดาวอังคารก็ห้ามการค้าและการเดินทางที่ไม่จำเป็นกับโลก ความตึงเครียดนี้ลุกลามเป็นสงครามระหว่างดาวเคราะห์ ซึ่งแม้จบด้วยสันติภาพแต่ก็สร้างความสูญเสียมหาศาล สงครามครั้งนี้นำไปสู่การรวมสองเผ่าพันธุ์ให้กลายเป็น Star People

บรรพบุรุษ: มนุษย์โลก

ลูกหลาน: ชาวดวงดาว (Star People)

ภาพวาดสปีชีส์ ชาวดวงดาว (Star People) (Star People) จากดาวอังคารและเผ่าชาวดวงดาว — หลายพันปีหลังสงครามโลก-อังคาร จนถึง Qu มาถึง
No. 003 · Star People

ชาวดวงดาว

Star People

หลายพันปีหลังสงครามโลก-อังคาร จนถึง Qu มาถึง

ถูก Qu บุกและแปลงร่างเป็นสายพันธุ์ใหม่ทั้งหมด มีเพียงบางกลุ่มที่หนีเป็น Spacers

ถิ่นที่อยู่: ดาวเคราะห์อาณานิคมจำนวนมากทั่วกาแล็กซี

  • สมองใหญ่และความสามารถสูงกว่ามนุษย์รุ่นก่อน
  • ปรับตัวเข้ากับหลายสภาพแวดล้อมได้
  • ใช้ยานกึ่งมีสติปัญญาก่อตั้งอาณานิคม
  • ทำลายระบบนิเวศท้องถิ่นแล้วแทนที่ด้วยพืชสัตว์จากโลก

มนุษย์ยุคทองที่ถูกสร้างมาเพื่อครองกาแล็กซี แต่จบลงด้วยการเจอสิ่งที่เหนือกว่า

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
หลังสงครามระหว่างโลกกับดาวอังคาร มนุษย์สองดาวตกลงสร้างมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่มีสมองใหญ่และปรับตัวได้ดีกว่าเดิม นั่นคือ Star People พวกเขารวมโลกกับดาวอังคารเข้าด้วยกัน ตั้งรกรากบนดาวศุกร์และบริวารของดาวพฤหัสกับดาวเสาร์ แล้วออกไปยังดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ส่วนหนึ่งใช้ยานกึ่งมีสติปัญญาเดินทางไปก่อน สร้างสภาพดาวและสร้าง Star People ขึ้นจากข้อมูลพันธุกรรมที่เก็บไว้บนยาน อาณานิคมที่รอดชีวิตเจริญรุ่งเรืองและติดต่อกันด้วยการสื่อสารความเร็วสูงจนเกิดยุคทอง เมื่อพบซากสิ่งมีชีวิตโบราณที่ชื่อ Panderavis pandora ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ที่เกี่ยวข้องกับโลก พวกเขาจึงเริ่มกลัวผู้สร้างลึกลับและสะสมอาวุธทำลายล้างระดับดาวฤกษ์ แต่ท้ายที่สุดเมื่อ Qu มาถึง อาวุธเหล่านั้นไม่ช่วยอะไร
ยุคที่02

การรุกรานของ Qu

The Qu Conquest

ช่วงที่ Qu มาถึง (ศูนย์ปี Qu)

เผ่าต่างดาว Qu ซึ่งรังเกียจการดัดแปลงพันธุกรรมของมนุษย์เดินทางมาถึงและชนะสงครามอย่างรวดเร็ว Qu ไม่ได้ฆ่ามนุษย์ให้สิ้นซาก แต่ใช้ความสามารถด้านพันธุวิศวกรรมของตัวเองบิดร่างมนุษย์ตามอาณานิคมแต่ละแห่งให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด

ภาพวาดสปีชีส์ ควู (Qu) (The Qu) จากการรุกรานของ Qu — เริ่มต้นช่วงผ่านศูนย์ปี Qu (ยุคพิชิต) และกลับมาตอนจบ
No. 004 · The Qu

ควู

The Qu

เริ่มต้นช่วงผ่านศูนย์ปี Qu (ยุคพิชิต) และกลับมาตอนจบ

Qu ถูกสหกาแล็กซีของมนุษยชาติและพันธมิตรเอาชนะในตอนจบ แต่ชะตาสุดท้ายไม่ถูกบอกชัดเจน

ถิ่นที่อยู่: อวกาศลึก ยานของพวกเขามีรูปทรงคล้ายตัวพวกเขาเอง

  • เป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวแบบรังเดียวที่มีสติปัญญาสูง
  • ตัวคล้ายกุ้งน้ำเค็ม มีปีกสี่ปีกและหนวดหนึ่งเส้น
  • ศาสนาของพวกเขาทำให้ต้องดัดแปลงจักรวาลตามความเชื่อ
  • ชำนาญพันธุวิศวกรรมขั้นสุดยอด

เผ่าต่างดาวผู้เปลี่ยนมนุษยชาติให้เป็นความฝันร้ายหลายร้อยรูปแบบ

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Qu เป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวโบราณที่เร่ร่อนไปทั่วจักรวาล ร่างของพวกเขาคล้ายกุ้งน้ำเค็มที่มีปีกสี่ปีกและหนวดสำหรับจับสิ่งของ ศาสนาของพวกเขาผลักดันให้ปรับแต่งสิ่งมีชีวิตตามที่เห็นว่าควร Qu รังเกียจที่มนุษย์ใช้พันธุวิศวกรรมตามใจชอบ จึงบุกกาแล็กซีและชนะสงครามอย่างรวดเร็ว จากนั้นพวกเขาไม่ได้ฆ่ามนุษย์ให้สิ้น แต่บิดแปลงร่างให้เป็นสิ่งมีชีวิตมากมาย บางส่วนเป็นสัตว์เลี้ยง เครื่องกรอง หรือปศุสัตว์ ราว 40 ล้านปีให้หลัง Qu ก็ทิ้งกาแล็กซีไปโดยปล่อยลูกหลานมนุษย์ให้วิวัฒนาการเอง ในตอนท้ายของเรื่อง Qu กลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ถูกสหกาแล็กซีเอาชนะ
ยุคที่03

ผลงานดัดแปลงของ Qu

The Qu's Creations

~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu มาถึง

ตลอดราว 40 ล้านปีที่ Qu ปกครองกาแล็กซี มนุษย์ถูกดัดแปลงเป็นสัตว์เลี้ยง เครื่องกรองน้ำ ปศุสัตว์ นักร้อง และสัตว์ผู้ล่า หลายกลุ่มถูกลดสติปัญญาลงจนเหลือเพียงสัญชาตญาณ บางกลุ่มยังตระหนักถึงชะตากรรมของตัวเองอย่างเจ็บปวด ตอนนี้ครอบคลุมสายพันธุ์ที่กลายเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมรุ่นหลัง

ภาพวาดสปีชีส์ หนอนมนุษย์ (Worms) (Worms) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu มาถึง
No. 005 · Worms

หนอนมนุษย์

Worms

~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu มาถึง

เมื่อโลกเย็นลงพวกมันขึ้นมาบนผิวดินและวิวัฒนาการกลับมามีสติปัญญา กลายเป็น Snake People

ถิ่นที่อยู่: ใต้ดินในโลกทะเลทรายที่ถูก Qu ทำให้รกร้าง

  • ลำตัวยาวคล้ายหนอนมีแขนขาเล็กเอาไว้ขุด
  • ตาเล็กดำอยู่บนหัว
  • ไม่มีฟัน หูภายนอก และระบบประสาทส่วนใหญ่
  • กินทุกอย่างที่ขุดเจอ รวมถึงกันเอง

มนุษย์ที่ถูกลดเหลือเพียงหนอนขุดดิน บนโลกที่เต็มไปด้วยซากเมือง

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
ผู้ตั้งรกรากบนดาวทะเลทรายถูก Qu แปลงเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายหนอนยักษ์ที่ขุดอยู่ใต้ผิวดิน ดาวของพวกเขาถูก Qu ทำให้โหดร้ายยิ่งกว่าเดิมและเต็มไปด้วยซากเมืองร้าง แต่พืชผลึกยังผลิตออกซิเจนพอให้สัตว์ใต้ดินอยู่รอดได้ Worms ไม่มีสติปัญญาแบบมนุษย์ พวกมันเพียงขุดดินและกินทุกอย่างที่เจอ แม้บางครั้งจะกินพวกเดียวกันหากไม่ได้ผสมพันธุ์ ผ่านไปหลายล้านปีหลัง Qu จากไป ความร้อนของดวงอาทิตย์ลดลง สัตว์ต่าง ๆ กลับมาที่ผิวดิน ลูกหลานของ Worms จึงปีนต้นไม้ มีรูปร่างคล้ายงู และเกิดสติปัญญาอีกครั้งจนกลายเป็น Snake People

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ลูกหลาน: ชาวงู (Snake People)

ภาพวาดสปีชีส์ นักล่า (Predators) (Predators) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu มาถึง
No. 006 · Predators

นักล่า

Predators

~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu มาถึง

เมื่อ Qu จากไป นักล่าวิวัฒนาการกลับมามีสติปัญญา เป็น Killer Folk

ถิ่นที่อยู่: ดาวอาณานิคมแรก ๆ ของ Star People ซึ่งมีสัตว์กินพืชที่เป็นเหยื่อ

  • มือคล้ายอุ้งเท้ามีนิ้วโป้งเป็นใบมีด
  • ปากมีฟันแหลมแรงกัดแข็งแรง
  • หูใหญ่ไวต่อเสียง
  • เป็นหนึ่งในนักล่าที่ได้ผลที่สุดของโลกที่ Qu ปรับแต่ง

นักล่าที่ Qu สร้างขึ้นมา เพื่อให้มีเหยื่อไล่ล่าบนดาวอาณานิคมเก่า

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Qu แปลง Star People บนดาวอาณานิคมแห่งหนึ่งให้เป็นสัตว์กินเนื้อที่ดุร้าย ส่วนอีกกลุ่มกลายเป็น Prey ที่สติปัญญาต่ำกว่ามาก Predators มีนิ้วโป้งคล้ายใบมีดพับ ปากเต็มไปด้วยฟันแหลมและหูใหญ่ที่ไวต่อเสียง ทำให้เป็นหนึ่งในผู้ล่าที่มีประสิทธิภาพที่สุดบนโลกยุค Qu เมื่อ Qu ออกจากกาแล็กซีหลังจากผ่านไปสี่สิบล้านปี Predators ยังคงล่าเหยื่อต่อไปและค่อย ๆ ฟื้นสติปัญญาขึ้นมา ในที่สุดก็กลายเป็น Killer Folk ซึ่งเป็นหนึ่งในสองผู้ก่อตั้ง Second Empire of Man

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ลูกหลาน: นักฆ่า (Killer Folk)

ภาพวาดสปีชีส์ เหยื่อ (Prey) (Prey) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu มาถึง
No. 007 · Prey

เหยื่อ

Prey

~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu มาถึง

ลูกหลานกลายเป็นสัตว์กินพืชสี่ขาที่ Killer Folk นำมาเลี้ยงเป็นปศุสัตว์ เรียกว่า Saltators

ถิ่นที่อยู่: พื้นที่พุ่มไม้และชั้นล่างของป่าบนดาวเดียวกับ Predators

  • เดินสองขาด้วยขายาวข้อพับสองทาง
  • ใบหูแหลม ใบหน้ายาว
  • ไม่มีขนยกเว้นบนหัว
  • กินพุ่มไม้และพืชชั้นล่างมากกว่าหญ้า

ฝูงมนุษย์กินพืชที่ถูกสร้างมาเพื่อเป็นอาหารของนักล่า

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Prey คือกลุ่มที่ Qu แปลงให้เป็นสัตว์กินพืชสติปัญญาต่ำเพื่ออยู่ร่วมกับ Predators บนดาวเดียวกัน พวกมันเดินสองขาด้วยขายาวที่มีข้อพับสองทาง มีใบหูแหลมและใบหน้ายาว และมือที่ชี้ไปข้างหน้าพร้อมนิ้วโป้งเล็กที่อาจไว้จับพืช ไม่มีขนยกเว้นบนหัวเหมือนบรรพบุรุษ หลัง Qu จากไป พวกมันค่อย ๆ กลายเป็นสัตว์สี่ขาที่เชื่องขึ้น ลูกหลานถูก Killer Folk นำมาเลี้ยงเป็นปศุสัตว์ และได้ชื่อว่า Saltators แม้วิวัฒนาการจะทำให้เหลือเพียงสัตว์ในฟาร์ม แต่ก็ยังเป็นส่วนสำคัญของอารยธรรมนักล่า

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ภาพวาดสปีชีส์ นักว่ายน้ำ (Swimmers) (Swimmers) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึงหลายพันปีหลัง Qu จากไป
No. 008 · Swimmers

นักว่ายน้ำ

Swimmers

~0 ถึงหลายพันปีหลัง Qu จากไป

สายพันธุ์ส่วนใหญ่สูญพันธุ์ มีเพียงรูปแบบที่เปลี่ยนไปไม่มากที่รอดและกลายเป็น Tool Breeders

ถิ่นที่อยู่: ทะเลของโลกที่ Qu ดัดแปลง

  • มีหลายสายพันธุ์ย่อย เช่น คนปลาไหลและยักษ์คล้ายวาฬ
  • ตัวที่รอดมีครีบคล้ายมือและครีบหลังเป็นคู่
  • ไม่มีเหงือกเทียม
  • ใช้เสียงสื่อสารกันได้แม้ไม่มีสติปัญญาเต็มที่

ชาวทะเลหลากรูปแบบที่ Qu สร้าง แต่เกือบทั้งหมดตายเมื่อ Qu ไป

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Swimmers คือกลุ่มมนุษย์ที่ Qu ปรับให้ใช้ชีวิตในน้ำ มีหลายสายพันธุ์ย่อย ทั้งคนปลาไหล ยักษ์คล้ายวาฬ พวกตกแต่งที่ว่ายน้ำด้วยการพ่นน้ำจากปาก และฝูงสัตว์ไร้สมองที่เป็นอาหาร เมื่อ Qu จากไป สายพันธุ์เหล่านี้ล้วนตายหมด เหลือเพียงไม่กี่รูปแบบที่เปลี่ยนจากมนุษย์ไม่มากนัก พวกเขามีครีบคล้ายมือและครีบหลังเป็นคู่เหมือนขาของบรรพบุรุษ แม้ไม่มีภาษาแบบเต็มรูปแบบแต่ยังส่งเสียงคุยกัน ผ่านไปหลายพันปีพวกเขาวิวัฒนาการให้เพรียวขึ้นและล่าปลาเก่งขึ้น จนในที่สุดก็เริ่มเลี้ยงสิ่งมีชีวิตในน้ำและกลายเป็น Tool Breeders
ภาพวาดสปีชีส์ คนเลี้ยงกิ้งก่า (Lizard Herders) (Lizard Herders) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น
No. 009 · Lizard Herders

คนเลี้ยงกิ้งก่า

Lizard Herders

~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น

ไม่เคยกลับมามีสติปัญญา และกลายเป็นปศุสัตว์ของ Saurosapients

ถิ่นที่อยู่: ทุ่งหญ้าบนดาวที่ไม่มีผู้ล่า

  • สติปัญญาถูกลดจนไม่อาจเกิดใหม่
  • เลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานกินพืช
  • ลักษณะคล้ายบรรพบุรุษมนุษย์โบราณ
  • ไม่มีผู้ล่าจึงไม่จำเป็นต้องฉลาด

ผู้เลี้ยงกิ้งก่าที่ Qu ลบสติปัญญา แต่กลับเป็นพวกที่ถูกเลี้ยงโดยสัตว์ที่ตัวเองดูแล

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Lizard Herders คือมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ Qu เปลี่ยนสมองให้ไม่อาจพัฒนาความคิดขั้นสูงได้ แต่ยังคงรูปร่างใกล้เคียงบรรพบุรุษไว้ ดาวของพวกเขาไม่มีผู้ล่า การมีสติปัญญาจึงไม่จำเป็น พวกเขาใช้สัญชาตญาณเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานกินพืชที่วิวัฒนาการมาจากกิ้งก่าเลี้ยงของบรรพบุรุษ ผ่านไปหลายล้านปี เหล่ากิ้งก่าได้ฉลาดขึ้นกลายเป็น Saurosapients ขณะที่คนเลี้ยงกลับไม่เคยฟื้นสติปัญญา ในที่สุดบทบาทก็กลับด้านและ Lizard Herders ตกเป็นปศุสัตว์ของสัตว์ที่ตนเคยเลี้ยง

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ภาพวาดสปีชีส์ ชาวอาณานิคม (Colonials) (Colonials) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น
No. 010 · Colonials

ชาวอาณานิคม

Colonials

~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น

วิวัฒนาการเป็นอาณานิคมเซลล์เฉพาะทาง และกลุ่มหนึ่งกลายเป็น Modular People

ถิ่นที่อยู่: โลกที่ถูกปกคลุมด้วยทุ่งเนื้อมนุษย์ ภายใต้การควบคุมของ Qu

  • ร่างเป็นลูกบาศก์ติดกับที่ สูงไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร
  • มีช่องกรองอาหารและสืบพันธุ์
  • คงดวงตาและสติปัญญาของมนุษย์ไว้
  • ใช้เป็นเครื่องกรองของเสียให้ Qu

ลูกหลานผู้ต้านทาน Qu สองครั้ง จึงถูกลงโทษให้เป็นเครื่องกรองที่ยังรู้สึกตัว

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
อาณานิคมแห่งนี้สามารถตีโต้การบุกของ Qu ได้สองครั้ง แต่พ่ายแพ้ในครั้งที่สาม Qu ถือว่าการฆ่าล้างอาณานิคมเป็นความเมตตาเกินไป จึงแปลงชาวอาณานิคมเป็นลูกบาศก์เนื้อขนาดเล็กเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องกรองของเสีย และเจตนาไม่ลบสติปัญญาออก พวกเขาจึงต้องรับรู้ความทุกข์ทรมานนั้นต่อไปอีกสี่สิบล้านปี เมื่อ Qu จากไป Colonials ขยายพันธุ์จนครอบคลุมทั้งดาวเป็นทุ่งเนื้อมนุษย์ แล้วก็วิวัฒนาการเป็นอาณานิคมเฉพาะทาง บางกลุ่มมีรากยาว บางกลุ่มเคลื่อนที่ได้ บางกลุ่มมีเขี้ยวพิษหรือเกราะ จนสุดท้ายหนึ่งในอาณานิคมกลายเป็น Modular People
ภาพวาดสปีชีส์ นักบิน (Flyers) (Flyers) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น
No. 011 · Flyers

นักบิน

Flyers

~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น

หลากหลายสายพันธุ์ ส่วนหนึ่งกลายเป็น Pterosapiens และอีกส่วนที่อยู่อีกดาวกลายเป็นต้นกำเนิดของ Hand Flappers

ถิ่นที่อยู่: ท้องฟ้าของโลกที่มีบรรยากาศหนาแน่น

  • หัวใจพิเศษทำให้บินได้ด้วยแรงสูง
  • บินเร็วจนบางพวกเอาชนะเสียงได้
  • บางชนิดใช้ต่อมก๊าซลอยตัว
  • วิวัฒนาการเป็นหลายสายพันธุ์เพื่อเติมเต็มท้องฟ้า

มนุษย์ที่ Qu ให้ปีกและหัวใจทรงพลัง จนท้องฟ้าเต็มไปด้วยลูกหลาน

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Flyers คือมนุษย์ที่ Qu ปรับให้บินได้โดยใช้หัวใจและระบบเผาผลาญที่ทรงพลังเป็นพิเศษ เมื่อ Qu จากไปพวกเขาก็แตกสายพันธุ์จนเต็มท้องฟ้า มีทั้งผู้ล่าที่บินเร็วจนเอาชนะเสียงได้ และบางชนิดใช้ต่อมก๊าซสำหรับลอยตัว สายพันธุ์หนึ่งที่เป็นนักล่าคล้ายนกกระสาวิวัฒนาการสมองใหญ่ขึ้นและเท้าที่จับเหยื่อกลายเป็นมือ จนกลายเป็น Pterosapiens ส่วน Flyers อีกกลุ่มบนอีกดาวคือบรรพบุรุษของ Hand Flappers ความได้เปรียบด้านการบินทำให้พวกเขาครองท้องฟ้า แต่ระบบเผาผลาญแบบนี้ก็มีราคาที่ต้องจ่ายเมื่ออายุขัยสั้นลง
ภาพวาดสปีชีส์ คนจับปลาด้วยนิ้ว (Finger Fishers) (Finger Fishers) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น
No. 012 · Finger Fishers

คนจับปลาด้วยนิ้ว

Finger Fishers

~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น

ลูกหลานวิวัฒนาการหลายแบบ ทั้งสัตว์ทะเลและบินได้ และกลุ่มหนึ่งกลายเป็น Sail People

ถิ่นที่อยู่: ดาวน้ำที่มีทวีปเล็กและเกาะจำนวนมากอยู่ในทะเลตื้นสงบ

  • หัวคล้ายแพะ แขนขายาว
  • มีนิ้วแหลมยาวหนึ่งนิ้วที่มือแต่ละข้าง ไว้แทงปลา
  • ปลายนิ้วคล้ายเหล็กในแมงป่อง
  • กินปลาเป็นอาหาร

นักตกปลาด้วยนิ้วแหลม ผู้เป็นบรรพบุรุษของชาวใบเรือ

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Finger Fishers อาศัยอยู่บนดาวที่เป็นน้ำเกือบทั้งดวง มีเกาะน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน พวกเขามีหัวคล้ายแพะ แขนขายาว และนิ้วแหลมหนึ่งนิ้วบนมือแต่ละข้างไว้แทงปลา เมื่อ Qu ออกไป ลูกหลานเริ่มแตกต่างกัน กลุ่มหนึ่งติดอยู่บนเกาะเล็ก ตัวเล็กลงและเปลี่ยนนิ้วแหลมเป็นปีก อีกกลุ่มลงทะเลและกลายเป็นสัตว์คล้ายวาฬ โลมา และโมซาซอร์ ท่ามกลางความหลากหลายนี้ สายพันธุ์หนึ่งพัฒนาไปเป็นผู้ที่ใช้แขนเป็นใบเรือ คือ Sail People
ภาพวาดสปีชีส์ ผู้แสวงสุข (Hedonists) (Hedonists) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึง หลายล้านปีหลัง Qu
No. 013 · Hedonists

ผู้แสวงสุข

Hedonists

~0 ถึง หลายล้านปีหลัง Qu

หลังภัยพิบัติและเถ้าถ่านบดบังดวงอาทิตย์ ผู้รอดชีวิตกลายเป็นหลายสายพันธุ์ รวมถึง Satyriacs

ถิ่นที่อยู่: หมู่เกาะสวยงามเต็มด้วยผลไม้และทะเลสาบอาหาร

  • ร่างคล้ายมนุษย์แต่เท้าแบบนกและปากแหลมคล้ายจะงอย
  • ผมสีเข้ม ช่วงนิ้วและนิ้วเท้าละสี่
  • ตั้งท้องได้หลังผสมพันธุ์มากมาย
  • สติปัญญาเท่าเด็กสามขวบ

สัตว์เลี้ยงสุขสบายของ Qu ที่อยู่ในสวรรค์ไร้ผู้ล่า

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Hedonists ถูกสร้างขึ้นเป็นสัตว์เลี้ยงของ Qu ให้อยู่บนดาวที่เต็มไปด้วยเกาะงดงาม ผลไม้ และทะเลสาบที่เต็มด้วยอาหาร พวกเขาไม่มีผู้ล่าและไม่ต้องแก่งแย่ง จึงใช้ชีวิตสงบสุขด้วยสติปัญญาเทียบเท่าเด็กสามขวบ Qu ออกแบบให้ตั้งท้องได้ก็ต่อเมื่อผสมพันธุ์กันหลายครั้งมากเพื่อไม่ให้ล้นดาว หลัง Qu จากไป พวกเขายังคงเฟื่องฟูอยู่บนเกาะที่มีขนาดเล็กเท่าไอซ์แลนด์ จนผ่านไปหลายล้านปี ภัยพิบัติทำให้ทวีปขยายใหญ่และเถ้าถ่านบดบังดวงอาทิตย์ จำนวนประชากรลดฮวบ เหลือเพียงกลุ่มกลายพันธุ์ที่ขยายพันธุ์เร็วซึ่งแตกกิ่งเป็นสัตว์หลายชนิด หนึ่งในนั้นกลายเป็น Satyriacs
ภาพวาดสปีชีส์ ผู้กินแมลง (Insectophagi) (Insectophagi) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น
No. 014 · Insectophagi

ผู้กินแมลง

Insectophagi

~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น

ในที่สุดวิวัฒนาการเป็น Bug Facers

ถิ่นที่อยู่: โลกอบอุ่นชื้นที่เต็มด้วยแมลงสังคม

  • กินแมลงที่รวมเป็นอาณานิคมและสัตว์ขนาดเล็ก
  • ผสมพันธุ์ตามฤดูกาล
  • พฤติกรรมเรียบง่ายเน้นหาอาหารและผสมพันธุ์
  • ใบหน้ามีแผ่นหนังที่ต่อมาแข็งตัว

สัตว์กินแมลงที่ไม่มีใครรู้วัตถุประสงค์ แต่กลายเป็นต้นตระกูลสำคัญ

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Insectophagi เป็นอีกสายพันธุ์ที่ Qu ทำขึ้นจากอาณานิคมของ Star People โดยไม่ทราบเจตนาแน่ชัด หลัง Qu จากไป พวกเขาปรับตัวให้กินแมลงสังคมและสัตว์เล็ก ๆ เป็นหลัก ใช้ชีวิตแบบง่าย ๆ ที่ห่วงเพียงแหล่งอาหารและฤดูผสมพันธุ์ เมื่อเวลาผ่านไป แผ่นหนังที่ใบหน้าเริ่มแข็งตัวเป็นส่วนของขากรรไกร มือเหลือนิ้วน้อยลงจนคล้ายก้ามปู แม้พวกเขาเองจะสูญพันธุ์ในกระบวนการวิวัฒนาการ ลูกหลานคือ Bug Facers กลับเป็นพลังสำคัญของเรื่อง เพราะเป็นกลุ่มเดียวที่รอดจากการล้างโลกของ Gravitals
ภาพวาดสปีชีส์ ปรสิต (Parasites) (Parasites) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น
No. 015 · Parasites

ปรสิต

Parasites

~0 ถึง 40 ล้านปีหลัง Qu และหลังจากนั้น

บางสายพันธุ์สูญพันธุ์ แต่บางสายพันธุ์เปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์แบบพึ่งพากัน กลายเป็น Symbiotes

ถิ่นที่อยู่: ตัวเกาะอยู่บนร่างโฮสต์ที่เป็นมนุษย์ระดับต่ำ

  • ตัวเล็กแบนคล้ายเห็บ
  • จมูกคล้ายหมู ตาตกลง ปากเหมือนปลิง
  • มีแผ่นเกาะใต้แขนขา
  • มีหลายสายพันธุ์ย่อย แต่ละแบบดูดเลือดต่างส่วน

ปรสิตที่ถูกสร้างเป็นการลงโทษ และต่อมากลายเป็นเพื่อนร่วมชีวิต

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Parasites ถูกสร้างเป็นการลงโทษแก่โลกที่ต้านทานการบุกครั้งแรกของ Qu พวกเขาเกาะอยู่บนมนุษย์ที่ถูกแปลงให้เป็นโฮสต์ มีหลายสายพันธุ์ย่อยที่ดูดเลือดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงบางชนิดที่รุกรานถึงมดลูก ในหนังสือแสดงภาพเพียงตัวเดียว หลัง Qu จากไป โฮสต์เรียนรู้ที่จะกำจัดปรสิตด้วยการจมน้ำ เผา หรือกิน บางชนิดที่รุนแรงเกินไปทำให้โฮสต์เป็นหมันและสูญพันธุ์ไปด้วย แต่ปรสิตอีกไม่กี่ชนิดที่ระมัดระวังไม่ดูดจนโฮสต์ตายเริ่มมอบประโยชน์ตอบแทน เช่น น้ำลายระงับความเจ็บปวดและแขนขาที่เกาะมั่น จนความสัมพันธ์เปลี่ยนเป็นการพึ่งพากัน

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ลูกหลาน: ซิมไบโอต (Symbiotes)

ภาพวาดสปีชีส์ ผู้บิดเบี้ยว (Lopsiders) (Lopsiders) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~0 ถึงไม่กี่ล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 016 · Lopsiders

ผู้บิดเบี้ยว

Lopsiders

~0 ถึงไม่กี่ล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูกลูกหลานของตัวเองคือ Asymmetric People ทำสงครามล้างเผ่าจนสิ้น

ถิ่นที่อยู่: ดาวที่แรงโน้มถ่วงสูงกว่าปกติ 36 เท่า

  • ร่างแบนราบ ปรับให้ทนแรงโน้มถ่วงสูงมาก
  • แขนจับเดี่ยวข้างหนึ่งยื่นยาว
  • ใบหน้าแบนไม่สมมาตร
  • เท้าคล้ายพลั่วขุด

มนุษย์แบนราบบนดาวแรงโน้มถ่วง 36 เท่า ผู้ฟื้นอารยธรรมและถูกลูกหลานล้างบาง

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Qu ย้ายอาณานิคมหนึ่งไปยังดาวที่มีแรงโน้มถ่วงสูงกว่าเดิมถึง 36 เท่า และดัดแปลงให้ปรับตัวได้ แม้ร่างจะดูประหลาด Lopsiders ก็ปรับตัวได้ดีและเติบโตขึ้น ภายในไม่กี่ล้านปีหลัง Qu จากไป พวกเขาฟื้นสติปัญญาและสร้างอารยธรรม เริ่มจากการเลี้ยงสัตว์ท้องถิ่นและสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล วัด รวมถึงคุกและโรงพยาบาลบ้า ต่อมาพวกเขาออกสู่อวกาศ และพบว่าดาวใกล้เคียงมีแรงโน้มถ่วงต่ำกว่า จึงดัดแปลงร่างตัวเองจนเป็น Asymmetric People ที่สาขาอาณานิคมเหล่านั้น แต่เหมือนประวัติศาสตร์ของมนุษย์กับชาวอังคาร ความขัดแย้งปะทุขึ้น และคราวนี้ Asymmetric People ชนะและล้าง Lopsiders จนหมด
ภาพวาดสปีชีส์ ชาวอวกาศ (Spacers) (Spacers) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ระหว่างการรุกรานของ Qu และตลอด 40 ล้านปี
No. 017 · Spacers

ชาวอวกาศ

Spacers

ระหว่างการรุกรานของ Qu และตลอด 40 ล้านปี

รอดจาก Qu ด้วยการหนีเข้ายานอวกาศ และวิวัฒนาการเป็น Asteromorphs

ถิ่นที่อยู่: ยานอาร์กเจเนอเรชันที่เจาะกลางดาวเคราะห์น้อย ไร้แรงโน้มถ่วง

  • แขนขาเรียวยาว กระดูกกลวงบาง
  • นิ้วยาวพิเศษและมีข้อเพิ่ม
  • นิ้วเท้าสามนิ้วแข็งแรงไว้เกาะจับ
  • เคลื่อนที่ด้วยการพ่นอากาศ

กลุ่มเดียวที่หนี Qu สำเร็จ ด้วยการไปอยู่ในอวกาศที่ไร้แรงโน้มถ่วง

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Spacers ไม่ใช่กลุ่มเดียวที่พยายามหนี Qu แต่เป็นกลุ่มเดียวที่ทำสำเร็จ บรรพบุรุษของพวกเขาเจาะดาวเคราะห์น้อยให้กลวงสร้างเป็นยานเจเนอเรชันขนาดใหญ่ มีอากาศและน้ำพอ แต่ไร้แรงโน้มถ่วง พวกเขาจึงใช้พันธุวิศวกรรมปรับร่างให้เหมาะกับสภาพนี้ แขนขายาวเรียวกระดูกกลวง นิ้วมือยาวมีข้อเพิ่มและเคลื่อนที่ได้อิสระ นิ้วเท้าสามนิ้วแข็งแรงสำหรับเกาะจับ พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยการพ่นอากาศ สืบพันธุ์ด้วยการโคลนนิ่ง ตลอดสี่สิบล้านปี Spacers เฝ้ามองญาติที่ถูกแปลงโดย Qu จากที่ไกล ๆ โดยไม่อาจเข้าไปช่วยเพราะร่างบอบบางทนแรงโน้มถ่วงดาวไม่ไหว ในที่สุดพวกเขาปรับร่างอีกครั้งจนกลายเป็น Asteromorphs
ภาพวาดสปีชีส์ ผู้หลอนซากเมือง (Ruin Haunters) (Ruin Haunters) จากผลงานดัดแปลงของ Qu — ~ไม่กี่ล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 018 · Ruin Haunters

ผู้หลอนซากเมือง

Ruin Haunters

~ไม่กี่ล้านปีหลัง Qu จากไป

ดวงอาทิตย์เริ่มขยายตัว พวกเขาจึงเปลี่ยนตัวเองเป็นหุ่นยนต์ และกลายเป็น Gravitals

ถิ่นที่อยู่: ดาวที่เต็มด้วยซากเมืองของ Star People

  • เป็นกลุ่มแรกที่ฟื้นสติปัญญา
  • ใช้เทคโนโลยีเก่าจากซากเมือง
  • เชื่อว่าตนเป็นทายาทแท้ของ Star People
  • ลดระดับลงเหลือเท่าลิงแต่ฟื้นตัวเร็ว

กลุ่มแรกที่ลุกขึ้นมาใหม่ได้ โดยใช้ซากอารยธรรมโบราณเป็นฐาน

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
บนดาวของ Ruin Haunters นั้น Qu ไม่ได้พยายามทำลายซากอารยธรรมของ Star People มากนัก และไม่ได้กดสติปัญญาของพวกเขาอย่างเต็มที่ แม้จะถูกลดลงเหลือระดับลิง พวกเขาก็ฟื้นตัวได้เร็วกว่ากลุ่มอื่น ซากเมืองขนาดมหึมาทั่วทวีปทำให้เกิดชื่อ Ruin Haunters พวกเขาใช้เทคโนโลยีที่หลงเหลือสร้างอารยธรรมและทำสงคราม และเชื่อว่าตนคือทายาทที่แท้จริงของ Star People เมื่อดวงอาทิตย์ของพวกเขาเริ่มขยายตัวเป็นดาวยักษ์แดง พวกเขาจึงแปลงร่างตัวเองอย่างหนักเพื่อหนีเอาชีวิตรอด สุดท้ายกลายเป็นหุ่นยนต์ Gravitals ที่ครอบครองกาแล็กซี

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ลูกหลาน: กราวิทัล (Gravitals)

ยุคที่04

ทางตันหลัง Qu จากไป

Dead Ends After the Qu

~40 ล้านปีหลัง Qu จนถึงอีกหลายล้านปี

หลัง Qu ละทิ้งกาแล็กซี สายพันธุ์ที่ถูกดัดแปลงจำนวนมากต้องวิวัฒนาการเองโดยไม่มีผู้ดูแล หลายสายพันธุ์ไปไม่รอด ถูกภัยธรรมชาติ ยุคน้ำแข็ง ผู้ล่า หรือข้อจำกัดของร่างกายตัวเองกวาดล้างจนสูญพันธุ์ก่อนจะฟื้นสติปัญญาขึ้นมาได้

ภาพวาดสปีชีส์ ไททัน (Titans) (Titans) จากทางตันหลัง Qu จากไป — ~หลังจาก Qu จากไป (ก่อนยุคน้ำแข็ง)
No. 019 · Titans

ไททัน

Titans

~หลังจาก Qu จากไป (ก่อนยุคน้ำแข็ง)

ยุคน้ำแข็งกวาดล้างพวกเขาก่อนอารยธรรมจะฟื้นคืน

ถิ่นที่อยู่: ป่าและที่ราบบนโลกที่ Qu สร้างขึ้น

  • สูงเกิน 40 เมตร
  • รูปร่างสี่ขาคล้ายช้าง
  • ใช้ริมฝีปากล่างยาวจับสิ่งของแทนงวง
  • มีนิ้วโป้งกุดที่เท้าหน้า

ยักษ์สี่ขาที่เริ่มแกะสลักไม้และทำเกษตร แต่ยุคน้ำแข็งมาถึงก่อน

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Titans เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ใหม่ที่ Qu สร้างจากอาณานิคมของ Star People พวกเขามีร่างคล้ายช้างสี่ขาสูงกว่าสี่สิบเมตร ใช้ริมฝีปากล่างที่ยื่นยาวแทนงวงหยิบจับสิ่งของ และยังมีนิ้วโป้งกุดที่เท้าหน้าเป็นร่องรอยของบรรพบุรุษ พวกเขาเป็นกลุ่มที่ฉลาดที่สุดกลุ่มหนึ่ง แม้รูปร่างจะเทอะทะแต่ก็คล่องแคล่วอย่างน่าประหลาด เริ่มแกะสลักไม้ สร้างอาคารขนาดใหญ่ และทำเกษตร เมื่อภาษากลับมา ตำนานเล่าขานจากความทรงจำของอดีตมนุษย์ก็เกิดขึ้น อารยธรรมมนุษย์ดูเหมือนจะกลับมาได้ภายในไม่กี่พันปี แต่ยุคน้ำแข็งก็มาถึงก่อนและทำให้พวกเขาสูญพันธุ์

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ภาพวาดสปีชีส์ แมนเทโลป (Mantelopes) (Mantelopes) จากทางตันหลัง Qu จากไป — ~0 ถึง 100,000 ปีหลัง Qu จากไป
No. 020 · Mantelopes

แมนเทโลป

Mantelopes

~0 ถึง 100,000 ปีหลัง Qu จากไป

สติปัญญาเสื่อมจนกลายเป็นสัตว์กินหญ้า แล้วสูญพันธุ์ราว 100,000 ปีหลัง Qu จากไป

ถิ่นที่อยู่: ทุ่งหญ้ากว้างบนดาวอาณานิคม

  • คอยาวเหมือนละมั่ง
  • ใบหน้าคล้ายมนุษย์ ริมฝีปากยื่น หูยาว
  • สร้างขึ้นเป็นนักร้องและตัวเก็บความจำ
  • เดินสี่ขา

นักร้องสี่ขาที่เศร้าโศกเพราะรู้ว่าตนทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Mantelopes ถูก Qu สร้างเป็นนักร้องและเครื่องเก็บความทรงจำที่มีชีวิต เมื่อ Qu จากไป พวกเขาเกือบสูญพันธุ์ ผู้รอดเปลี่ยนเป็นสัตว์สี่ขากินหญ้าเป็นฝูง แต่ยังคงสติปัญญาแบบมนุษย์ไว้ในร่างที่สร้างหรือเปลี่ยนโลกไม่ได้ พวกเขาเดินไปตามทุ่ง ร้องเพลงแห่งความสิ้นหวังและความสูญเสีย ศาสนาและประเพณีปากเปล่าที่ละเอียดงดงามเกิดขึ้นจากความพิการนี้ แต่สมองที่ใหญ่โดยไม่ได้ใช้ก็ไร้ประโยชน์ จึงค่อย ๆ ถดถอยจนเป็นสัตว์กินหญ้าธรรมดา และสูญพันธุ์ไปราวหนึ่งแสนปีหลัง Qu จากไป โดยรายละเอียดของการสูญพันธุ์ไม่ปรากฏ

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ภาพวาดสปีชีส์ เทมพ์เตอร์ (Temptors) (Temptors) จากทางตันหลัง Qu จากไป — ไม่ระบุ ช่วงหลัง Qu จากไป
No. 021 · Temptors

เทมพ์เตอร์

Temptors

ไม่ระบุ ช่วงหลัง Qu จากไป

อุกกาบาตชนดาวบ้านเกิดก่อนที่จะพัฒนาอารยธรรม

ถิ่นที่อยู่: ดาวบ้านเกิดที่ถูกอุกกาบาตทำลายในภายหลัง

  • ตัวเมียหยั่งรากติดอยู่กับที่
  • ใช้เสียงและฟีโรโมนสั่งตัวผู้
  • ตัวผู้เป็นแรงงานรับใช้
  • ตัวเมียเลือกผสมพันธุ์กับตัวผู้ที่แข็งแรง เชื่อฟัง และโง่ที่สุด

สังคมตัวเมียหยั่งรากและตัวผู้เป็นทาส ถูกอุกกาบาตทำลายกลางทาง

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Temptors เป็นอีกหนึ่งผลงานของ Qu ที่ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างสังคมแปลกประหลาด ตัวเมียหยั่งรากอยู่กับที่ ใช้เสียงผสมฟีโรโมนนำทางตัวผู้ให้ทำงานต่าง ๆ แล้วเลือกผสมพันธุ์กับตัวผู้ที่แข็งแรง เชื่อฟัง และไร้ความคิดที่สุดเพื่อผลิตโดรนที่ดีขึ้น บางครั้งก็ให้กำเนิดตัวเมียที่ถูกตัวผู้แบกไปหยั่งรากที่อื่น ระบบนี้ดำเนินไปโดยไม่มีสิ่งใดคุกคาม จนกระทั่งอุกกาบาตพุ่งชนดาวบ้านเกิด ทำลายพวกเขาก่อนที่จะเกิดอารยธรรมใด ๆ

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ภาพวาดสปีชีส์ ผู้ขบกระดูก (Bone Crushers) (Bone Crushers) จากทางตันหลัง Qu จากไป — หลายล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 022 · Bone Crushers

ผู้ขบกระดูก

Bone Crushers

หลายล้านปีหลัง Qu จากไป

พึ่งซากสัตว์เป็นอาหารเพียงอย่างเดียว ประชากรโตไม่ได้และสังคมยุคกลางล่มสลาย

ถิ่นที่อยู่: ดาวที่มีซากสัตว์เป็นอาหาร

  • สูงราวสามเมตร ตัวมีขน
  • นิ้วโป้งมีกรงเล็บดุร้าย
  • จะงอยปากใหญ่ปรับมาจากฟัน
  • กินซากสัตว์

หนึ่งในกลุ่มแรกที่ฟื้นสติปัญญา แต่เจอข้อจำกัดของอาหาร

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
บรรพบุรุษของ Bone Crushers เป็นสัตว์เลี้ยงตัวเล็กของ Qu ที่ถูกผสมพันธุ์ให้มีจะงอยปากสีสวยที่พัฒนามาจากฟัน เมื่อเจ้านายจากไป สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ตายหมด ลูกหลานที่เหลือวิวัฒนาการเป็นสัตว์กินพืชและกินเนื้อหลายชนิดที่มีจะงอยเฉพาะทาง หนึ่งในชนิดใหญ่คือ Bone Crushers ซึ่งเป็นกลุ่มแรกในสายนกที่ฟื้นสติปัญญา พวกเขาสร้างอารยธรรมแบบยุคกลางได้ แม้จะดูน่ากลัวสำหรับผู้สังเกตยุคปัจจุบัน แต่เพราะกินแต่ซากสัตว์ ประชากรจึงเติบโตได้จำกัด และสังคมก็ล่มสลายจนสูญพันธุ์ไปในที่สุด

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ภาพวาดสปีชีส์ คนโบกมือ (Hand Flappers) (Hand Flappers) จากทางตันหลัง Qu จากไป — หลายล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 023 · Hand Flappers

คนโบกมือ

Hand Flappers

หลายล้านปีหลัง Qu จากไป

สูญเสียความสามารถในการบิน และมือใหญ่ใช้เครื่องมือไม่ได้ จึงไม่สร้างอารยธรรมและสูญพันธุ์

ถิ่นที่อยู่: ดาวที่ไม่ได้ให้ข้อได้เปรียบแก่การบิน

  • มือใหญ่มีพังผืดระหว่างนิ้ว
  • ใช้มือเต้นรำเพื่อผสมพันธุ์และส่งสัญญาณ
  • บรรพบุรุษคล้ายผีเสื้อ
  • ไม่มีเมตาบอลิซึมเสริมแรงแบบญาติ

นักบินที่ต้องเลิกบิน และมือของพวกเขาทำได้แค่เต้นรำ

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Hand Flappers วิวัฒนาการมาจากสายพันธุ์ Flyers ที่ดูคล้ายผีเสื้อซึ่งสร้างโดย Qu บนดาวคนละดวงกับ Flyers หลัก ที่นั่นไม่มีระบบเผาผลาญที่ถูกเสริมหรือแรงโน้มถ่วงที่ช่วยการบินเหมือนญาติบนดาวอื่น พวกเขาจึงต้องยอมสละการบินเพื่อพัฒนาต่อ มือที่ยังใหญ่และมีพังผืดระหว่างนิ้วถูกใช้เต้นรำจีบคู่และส่งสัญญาณทางเพศ แต่รูปแบบมือแบบนี้ใช้เครื่องมือไม่ได้ พวกเขาจึงไม่เคยสร้างอารยธรรมเหมือนบรรพบุรุษอื่น และสูญพันธุ์ไป

บรรพบุรุษ: นักบิน (Flyers)

ภาพวาดสปีชีส์ คนตาบอด (Blind Folk) (Blind Folk) จากทางตันหลัง Qu จากไป — หลายล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 024 · Blind Folk

คนตาบอด

Blind Folk

หลายล้านปีหลัง Qu จากไป

การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกทำลายระบบนิเวศถ้ำ ประชากรหายไปทีละกลุ่ม

ถิ่นที่อยู่: ถ้ำใต้ดินมืดสนิทที่มีเชื้อราเรืองแสงบนเพดาน

  • ไม่มีตา ปากกว้าง
  • หูใหญ่ขยับได้คล้ายหมวกงูเห่า
  • หนวดยาวและนิ้วยาวไว้สัมผัส
  • ใช้เสียงกรีดร้องหาทิศทาง

มนุษย์หนูตาบอดในถ้ำ ที่หายไปพร้อมระบบนิเวศของตัวเอง

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
เมื่อ Qu บุก Star People บางกลุ่มหนีลงไปซ่อนในถ้ำใต้ดิน แต่ Qu พบและแปลงให้กลายเป็นมนุษย์หนูที่อาศัยในความมืด พวกเขามีนิ้วสัมผัสยาว หนวดใหญ่ และหูขยับได้เพื่อรับรู้สภาพแวดล้อม ระบบนิเวศในถ้ำที่ Qu สร้างมีแมลงตาบอดยักษ์ นกยักษ์ หนู เห็ดรา ปลาคล้ายจระเข้ และค้างคาวนักล่า เพดานถ้ำเต็มไปด้วยเชื้อราเรืองแสง Blind Folk ใช้เสียงกรีดร้อง หนวด และนิ้วยาวนำทาง ทว่าการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกทำลายระบบนิเวศนี้ทีละส่วน พวกเขาจึงสูญพันธุ์ก่อนจะมีสติปัญญา

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ภาพวาดสปีชีส์ ผู้ก้าวยาว (Striders) (Striders) จากทางตันหลัง Qu จากไป — ~2 ล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 025 · Striders

ผู้ก้าวยาว

Striders

~2 ล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูกไก่ล่าเหยื่อยักษ์ที่วิวัฒนาการจากสัตว์ปีกของตนล่าจนสูญพันธุ์

ถิ่นที่อยู่: ดวงจันทร์ที่แรงโน้มถ่วงเพียงหนึ่งในห้าของโลก หญ้าสูง 10 เมตร

  • ร่างสูงมหึมา แขนขายาวมาก
  • ลายพาดตามตัว
  • มีติ่งคล้ายเหนียงไก่งวงบนหัว
  • กินพืชเป็นอาหาร

ยักษ์เดินยาวบนจันทร์แรงโน้มถ่วงต่ำ แต่ไร้เกราะป้องกัน

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Striders อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ที่มีแรงโน้มถ่วงน้อยมาก ทำให้หญ้าสูงสิบเมตรและต้นไม้สูงเท่าตึกระฟ้า ระบบนิเวศนี้ล้วนสืบมาจากสัตว์เลี้ยงและสัตว์รบกวนในอารยธรรม Star People เดิม Striders คือกลุ่มมนุษย์รูปร่างสูงมหึมา ร่างและแขนขายาว มีลายเป็นแถบและติ่งเนื้อคล้ายเหนียงไก่งวง กินพืชเท่านั้น และเดินอยู่บนผืนดินว่างเปล่า สองล้านปีหลัง Qu จากไป ไก่เลี้ยงที่ Star People นำมาเป็นอาหารวิวัฒนาการเป็นนักล่ายักษ์คล้ายไดโนเสาร์ตระกูลโดรมีโอซอร์ Striders ที่ไม่มีกลไกป้องกันตัวใด ๆ จึงถูกล่าจนสูญพันธุ์

บรรพบุรุษ: ชาวดวงดาว (Star People)

ยุคที่05

จักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง

The Second Empire of Man

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป (ราว 80 ล้านปีของการขยายตัว)

สายพันธุ์ที่ฟื้นสติปัญญาขึ้นมาใหม่ค้นพบกันและกันผ่านคลื่นวิทยุ เริ่มจาก Killer Folk กับ Satyriacs ที่ก่อตั้ง Second Empire of Man แล้วสายพันธุ์อื่นทยอยเข้าร่วม จักรวรรดินี้ขยายไปทั่วกาแล็กซีโดยสมาชิกส่วนใหญ่ไม่เคยพบกันตัวต่อตัว

ภาพวาดสปีชีส์ นักฆ่า (Killer Folk) (Killer Folk) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 026 · Killer Folk

นักฆ่า

Killer Folk

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูก Gravitals ล้างเผ่า และเป็นเผ่าเดียวที่ต้องถูกบุกยึดโดยตรง

ถิ่นที่อยู่: โลกของนักล่าที่มีฝูงปศุสัตว์อดีตมนุษย์

  • นิ้วโป้งกรงเล็บและเขี้ยวเล็กลงแต่ยังมี
  • สังคมมีขุนนางนักล่า
  • มีพิธีล่าและผสมพันธุ์ประจำปี
  • ทนต่อการโจมตีของ Gravitals เป็นพิเศษ

นักล่าที่ฟื้นอารยธรรมและเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Second Empire

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
เมื่อสติปัญญากลับมา Predators ก็ค่อย ๆ ลดกรงเล็บนิ้วโป้งและเขี้ยวลง แต่ยังมีสัญชาตญาณการล่าที่รุนแรง ซึ่งถูกศาสนาและรูปแบบการปกครองหนุนเสริมจนมีอาณาจักรล้มลุกคลุกคลานมากกว่าชาติอื่น สังคมถูกจัดภายใต้ขุนนางนักล่า และมีงานประจำปีที่เต็มไปด้วยการล่า ความตาย ความรัก และคำอธิษฐาน ในยุคอุตสาหกรรม ชาติหนึ่งของพวกเขาพัฒนาฟาร์มปศุสัตว์ รัฐแบบราชการ และความเป็นฆราวาส จนสังคมแบ่งเป็นฝั่งผู้เลี้ยงสัตว์และฝั่งผู้ล่า Killer Folk เป็นกลุ่มแรกที่ติดต่อเผ่าญาติด้วยคลื่นวิทยุ และร่วมกับ Satyriacs ก่อตั้ง Second Empire of Man ภายหลังถูก Gravitals กวาดล้าง โดยกลุ่มนี้ต้านทานได้ดีจน Gravitals ต้องส่งกำลังบุกยึดดาวบ้านเกิดโดยตรง

บรรพบุรุษ: นักล่า (Predators)

ภาพวาดสปีชีส์ ซาเทอเรียก (Satyriacs) (Satyriacs) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 027 · Satyriacs

ซาเทอเรียก

Satyriacs

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูก Gravitals ล้างเผ่าระหว่าง Machine Invasion

ถิ่นที่อยู่: ทวีปอุดมสมบูรณ์ที่กลายเป็นสวรรค์ของพวกเขา

  • รักความสุขและเทศกาล
  • จัดงานรื่นเริงทุกสัปดาห์
  • มีสังคมที่รวมเป็นระเบียบโลกเดียว
  • เป็นผู้ริเริ่มสร้าง Second Empire

ลูกหลานของ Hedonists ผู้เติมความสุขลงในอารยธรรม

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Satyriacs เกิดจากสายพันธุ์ลูกหลานของ Hedonists ที่รอดจากภัยพิบัติและเถ้าถ่านบดบังดวงอาทิตย์ แล้วขยายพันธุ์จนเกิดสายพันธุ์ใหม่ ในสังคมของพวกเขามีช่วงหนึ่งที่มีสามจักรวรรดิ ต่อมาเหลือสอง ก่อนจะแตกเป็นประเทศเล็ก ๆ แล้วรวมกันเป็นระเบียบโลกเดียวอีกครั้ง เช่นเดียวกับบรรพบุรุษ พวกเขารักชีวิตและใช้ชีวิตให้เต็มที่ในสวรรค์ที่สร้างขึ้น ด้วยเทศกาล คอนเสิร์ต และงานรื่นเริงทุกสัปดาห์ พวกเขาติดต่อกับ Killer Folk ผ่านวิทยุและร่วมกันก่อตั้ง Second Empire of Man แต่ก็ถูก Gravitals ล้างเผ่าหมดในภายหลัง

บรรพบุรุษ: ผู้แสวงสุข (Hedonists)

ภาพวาดสปีชีส์ ผู้เพาะเครื่องมือ (Tool Breeders) (Tool Breeders) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 028 · Tool Breeders

ผู้เพาะเครื่องมือ

Tool Breeders

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูก Gravitals ล้างเผ่าระหว่าง Machine Invasion

ถิ่นที่อยู่: โลกทะเลที่สร้างสิ่งของทุกอย่างจากสิ่งมีชีวิต

  • สร้างเครื่องมือจากสิ่งมีชีวิตแทนโลหะ
  • ใช้พันธุวิศวกรรมกับสิ่งมีชีวิตและสเต็มเซลล์
  • ว่ายน้ำคล่องและเลี้ยงสัตว์น้ำ
  • เป็นสมาชิก Second Empire รุ่นแรก ๆ

ผู้ที่ไม่มีไฟ จึงเพาะสิ่งมีชีวิตขึ้นมาเป็นเครื่องมือ

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
เพราะอยู่ใต้น้ำจึงใช้ไฟไม่ได้ Swimmers ที่รอดชีวิตจึงเริ่มหันมาใช้สิ่งมีชีวิตแทนเครื่องมือทั่วไป ตั้งแต่ก่อนมีสติปัญญาเต็มที่ก็เริ่มเลี้ยงสัตว์ทะเลให้ช่วยงาน เมื่อสังคมพัฒนา สิ่งนี้ก็เติบโตเป็นพันธุวิศวกรรมเต็มรูปแบบ ผู้เพาะเครื่องมือสร้างทุกอย่างที่จำเป็นต่อชีวิตจากสิ่งมีชีวิตอื่น และต่อมาจากสเต็มเซลล์ พวกเขาติดต่อกับ Satyriacs และ Killer Folk ผ่านวิทยุ และเข้าร่วม Second Empire of Man เป็นหนึ่งในรุ่นแรก ๆ แต่เหมือนสมาชิกอื่น พวกเขาไม่ได้ตระเตรียมรับมือการบุกจากเผ่าญาติของตัวเอง และถูก Gravitals กวาดล้าง

บรรพบุรุษ: นักว่ายน้ำ (Swimmers)

ภาพวาดสปีชีส์ ชาวโมดูลาร์ (Modular People) (Modular People) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 029 · Modular People

ชาวโมดูลาร์

Modular People

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูก Gravitals ล้างเผ่าระหว่าง Machine Invasion

ถิ่นที่อยู่: เมืองอุตสาหกรรมขนาดมหึมาบนดาวบ้านเกิด

  • แต่ละ "คน" คืออาณานิคมของ Colonials หลายชนิด
  • แยกตัวและรวมตัวใหม่ได้
  • เซลล์แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะ เช่น อาวุธและโล่
  • มีจิตและวัฒนธรรมร่วมกัน

อารยธรรมที่แต่ละคนเป็นกลุ่มเซลล์เฉพาะทางและเปลี่ยนรูปได้

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
หลัง Qu จากไป Colonials รวมตัวกันเป็นอาณานิคมที่แต่ละเซลล์ทำหน้าที่ต่างกัน ต่อมาอาณานิคมเหล่านี้แข่งขันและทำสงคราม จนมีเซลล์อาวุธ เซลล์โล่ และอื่น ๆ ผู้ชนะวิวัฒนาการเป็น Modular People แกนหลักคือ Colonials สายพันธุ์หนึ่งที่มีสติปัญญา ทำหน้าที่สั่งการเซลล์อื่น ๆ พวกเขาแผ่ไปทั่วดาวและดึงอาณานิคมอื่นมาอยู่ใต้การควบคุม แต่ละ "คน" เป็นอาณานิคมที่ประกอบด้วยเซลล์ต่างชนิด และแยกกันสร้างคนใหม่ได้ สิ่งเดียวที่คงที่คือเอกภาพของจิตใจและวัฒนธรรม พวกเขาเข้าร่วม Second Empire ภายหลังจากผ่านมาสิบล้านปี แต่ถูก Gravitals ล้างเผ่าในเวลาต่อมา
ภาพวาดสปีชีส์ เทโรซาเปียนส์ (Pterosapiens) (Pterosapiens) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 030 · Pterosapiens

เทโรซาเปียนส์

Pterosapiens

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูก Gravitals ล้างเผ่า

ถิ่นที่อยู่: ท้องฟ้าและเมืองรังนกบนที่สูง

  • วิวัฒนาการมาจากนักล่าคล้ายนกกระสา
  • เท้าจับกลายเป็นมือ
  • บินได้
  • อายุสั้นเพราะโรคหัวใจ

นักบินที่ฟื้นสติปัญญาและสร้างเมืองกลางอากาศ แต่ชีวิตสั้นนัก

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Pterosapiens วิวัฒนาการจากสายพันธุ์ Flyers ที่เป็นนักล่าคล้ายนกกระสาหรือนกอินทรี มีกรงเล็บจับเหยื่อที่ค่อย ๆ กลายเป็นมือ ต่างจากญาติอื่นที่ตัดการบินทิ้ง พวกเขาคงความสามารถในการบินไว้ขณะที่ฟื้นสติปัญญา สังคมของพวกเขามีผลผลิตสูง สร้างเมืองคล้ายรังนกและที่เกาะบนท้องฟ้า และค้นพบพลังงานนิวเคลียร์ ความสามารถในการบินทำให้อารยธรรมเปิดกว้างโดยไม่ค่อยมีชนชั้น แต่ระบบเผาผลาญที่ต้องการสูงทำให้เกิดโรคหัวใจและอายุสั้น พวกเขาเข้าร่วม Second Empire ในรุ่นที่สอง และถูก Gravitals ล้างเผ่า

บรรพบุรุษ: นักบิน (Flyers)

ภาพวาดสปีชีส์ ชาวอสมมาตร (Asymmetric People) (Asymmetric People) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 031 · Asymmetric People

ชาวอสมมาตร

Asymmetric People

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูก Gravitals ล้างเผ่า

ถิ่นที่อยู่: ดาวแรงโน้มถ่วงต่ำกว่าบ้านเกิดเดิมของ Lopsiders ในระบบเดียวกัน

  • มีแปดเท้าแทนนิ้วพลั่ว
  • แขนจับยาวขึ้นอีก
  • ใบหน้ากลับมาเป็นสามมิติ
  • ใช้ชีวิตในเมืองใต้ดิน

ลูกหลานที่ดัดแปลงตัวเองจนชนะบรรพบุรุษ

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Asymmetric People เกิดจาก Lopsiders ที่ใช้เวลาหลายพันปีดัดแปลงตัวเองให้เข้ากับดาวใกล้เคียงที่แรงโน้มถ่วงต่ำกว่า เท้าพลั่วกลายเป็นแปดเท้า แขนจับยาวขึ้น ใบหน้าอสมมาตรกลับมามีมิติ พวกเขาอยู่ในเมืองใต้ดินกว้างใหญ่ที่เชื่อมด้วยอาคารแบนคล้ายบังเกอร์ ต่อมาเหมือนประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษ ความตึงเครียดระหว่างโลกแม่กับอาณานิคมลุกเป็นสงครามกลางเมือง และ Asymmetric People ชนะ พวกเขาล้าง Lopsiders จนสิ้นแล้วขยายอาณาเขตออกไป จนเข้าร่วม Second Empire และสุดท้ายถูก Gravitals กวาดล้าง
ภาพวาดสปีชีส์ ซอโรซาเปียนส์ (Saurosapients) (Saurosapients) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 032 · Saurosapients

ซอโรซาเปียนส์

Saurosapients

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูก Gravitals ล้างเผ่าระหว่าง Machine Invasion

ถิ่นที่อยู่: ดาวทุ่งหญ้าที่เคยเป็นของ Lizard Herders

  • วิวัฒนาการจากกิ้งก่าที่ Lizard Herders เลี้ยง
  • สร้างอัตลักษณ์ความเป็นมนุษย์ทางวัฒนธรรม
  • เป็นสมาชิก Second Empire รุ่นที่สอง
  • มี Lizard Herders เป็นปศุสัตว์

สัตว์เลื้อยคลานที่เคยถูกเลี้ยงโดยมนุษย์ แล้วกลับมาเลี้ยงมนุษย์แทน

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Saurosapients เกิดจากสัตว์เลื้อยคลานกินพืชที่ Lizard Herders เลี้ยงมา แม้ไม่ได้สืบสายตรงจากมนุษย์ แต่เมื่อมีสติปัญญาก็ยึดวัฒนธรรมและอัตลักษณ์แบบมนุษย์ไว้ ขณะที่ Lizard Herders เองไม่เคยฟื้นสติปัญญาและกลายเป็นปศุสัตว์ของพวกเขา Saurosapients เข้าร่วม Second Empire of Man ในกลุ่มที่สองของสมาชิก แต่ต่อมาถูก Gravitals กำจัดในช่วง Machine Invasion หมายเหตุว่าต้นกำเนิดทางสายเลือดไม่ได้มาจาก Lizard Herders โดยตรง
ภาพวาดสปีชีส์ ชาวงู (Snake People) (Snake People) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 033 · Snake People

ชาวงู

Snake People

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูก Gravitals ล้างเผ่าระหว่าง Machine Invasion

ถิ่นที่อยู่: ป่าบนโลกที่เย็นลงหลังยุคร้อนจัด

  • ลำตัวยาวคล้ายงู
  • ปีนต้นไม้ได้เก่ง
  • มีสติปัญญากลับมา
  • ประวัติศาสตร์สังคมคล้ายมนุษย์

ลูกหลานหนอนใต้ดินที่ปีนขึ้นสู่ยอดไม้และสร้างอารยธรรม

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
เมื่อดวงอาทิตย์ของโลก Worms เย็นลง สัตว์ต่าง ๆ ก็ขึ้นมาจากใต้ดิน ลูกหลานของ Worms แตกเป็นหลายกลุ่ม ทั้งกินหญ้า กินเนื้อ และในน้ำ แต่กลุ่มหนึ่งที่เป็นนักปีนต้นไม้ก้าวหน้ากว่าทุกกลุ่ม คือ Snake People แม้ดูไม่คล้ายบรรพบุรุษอีกแล้ว สังคมของพวกเขากลับเดินตามเส้นทางคล้ายมนุษย์ ผ่านอาณาจักรเกษตร การปฏิวัติอุตสาหกรรม การทดลองทางสังคม สงครามโลกและสงครามกลางเมือง จนสู่โลกาภิวัตน์ พวกเขาเข้าร่วม Second Empire of Man ในรุ่นที่สอง และถูก Gravitals ทำลายในภายหลัง

บรรพบุรุษ: หนอนมนุษย์ (Worms)

ภาพวาดสปีชีส์ ซิมไบโอต (Symbiotes) (Symbiotes) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 034 · Symbiotes

ซิมไบโอต

Symbiotes

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูก Gravitals ล้างเผ่าระหว่าง Machine Invasion

ถิ่นที่อยู่: ป่าบนทวีปหนึ่งที่ซิมไบโอตขี่โฮสต์

  • ปรสิตที่มีสมองใหญ่ควบคุมโฮสต์เหมือนผู้ขี่
  • สื่อสารกับโฮสต์ด้วยการสัมผัสและกลิ่น
  • ใช้เทคโนโลยีกลิ่น เช่น โทรทัศน์กลิ่น
  • ซิมไบโอตหนึ่งตัวใช้โฮสต์หลายตัวตามงาน

ปรสิตที่ฉลาดพอจะขี่โฮสต์และสร้างอารยธรรมที่มีสองสายพันธุ์รวมกัน

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
หลายสายพันธุ์ปรสิตกับโฮสต์พัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์แบบเกื้อกูล ปรสิตให้ประสาทสัมผัสไวขึ้นและเตือนภัยเพื่อแลกกับเลือด เกิดการแข่งขันวิวัฒนาการ มีทั้งปรสิตตาและจมูกเก่งหรือมีพิษ และโฮสต์ที่ขาวิ่งยาวหรือร่างกายแข็งแรง ในป่าบนทวีปหนึ่ง มีซิมไบโอตกลุ่มที่ไม่มีอาวุธแต่มีสมองที่มีประสิทธิภาพสูงมาก พวกเขามีสติปัญญา ควบคุมโฮสต์เหมือนผู้ขี่ และค่อย ๆ ครอบงำโฮสต์ด้วยสัมผัสและกลิ่น อารยธรรมสองสายพันธุ์นี้สร้างประเทศ ทำสงคราม และสร้างโลกาภิวัตน์ พวกเขาขุดพบซากของ Qu และ Star People เรียนรู้มรดกของตน แล้วเข้าร่วม Second Empire ก่อนถูก Gravitals ล้างเผ่า

บรรพบุรุษ: ปรสิต (Parasites)

ภาพวาดสปีชีส์ ชาวใบเรือ (Sail People) (Sail People) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป
No. 035 · Sail People

ชาวใบเรือ

Sail People

หลายสิบล้านปีหลัง Qu จากไป

ถูก Gravitals ล้างเผ่าระหว่าง Machine Invasion

ถิ่นที่อยู่: มหาสมุทรกว้างใหญ่ที่มีเกาะกระจาย

  • แขนและนิ้วยาวมีแผ่นหนังคล้ายใบเรือ
  • มีลิ้นคู่ที่ใช้จับเหยื่อและกลายเป็นอวัยวะจับ
  • ความจำดีเพราะต้องนำทางในทะเล
  • แบ่งเป็นเผ่าที่ทำสงครามและเป็นโจรสลัด

ลูกหลานของนักตกปลาที่ใช้แขนเป็นใบเรือแล่นไปทั่วทะเล

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
หลัง Qu จากไป ลูกหลานของ Finger Fishers กลุ่มหนึ่งพัฒนาผิวหนังเป็นแผ่นเหมือนเยื่อบินระหว่างแขนและนิ้วยาว แต่ไม่ได้ใช้บิน กลับใช้แล่นเรือในมหาสมุทร พวกเขามีลิ้นคู่สำหรับจับเหยื่อและต่อมากลายเป็นอวัยวะจับเครื่องมือ การต้องนำทางในทะเลทำให้ความจำดีขึ้นและเกิดสติปัญญา เพราะดาวส่วนใหญ่เป็นน้ำและมีเกาะประปราย ประชากรจึงกระจัดกระจาย หลายเผ่าทำสงครามกัน บางเผ่าเร่ร่อนเป็นโจรสลัด จนเผ่าหนึ่งพัฒนาอุตสาหกรรมและอาวุธ ต้องมีรัฐเพื่อสนับสนุน เกิดแนวคิดสันติภาพที่แพร่กระจายไปทั่ว พวกเขาเข้าร่วม Second Empire ในรุ่นที่สอง และถูก Gravitals ทำลาย
ภาพวาดสปีชีส์ บั๊กเฟซเซอร์ (Bug Facers) (Bug Facers) จากจักรวรรดิมนุษย์ครั้งที่สอง — ~40 ล้านปีหลัง Second Empire เริ่มต้น
No. 036 · Bug Facers

บั๊กเฟซเซอร์

Bug Facers

~40 ล้านปีหลัง Second Empire เริ่มต้น

ถูก Gravitals ไว้ชีวิตและดัดแปลงเป็น Subjects ในขณะที่เผ่าอื่นถูกทำลาย

ถิ่นที่อยู่: โลกอบอุ่นชื้น

  • แผ่นหน้าแข็งกลายเป็นส่วนหนึ่งของขากรรไกร
  • มือเหลือสองนิ้วคล้ายก้ามปู
  • เมตาบอลิซึมกึ่งเลือดเย็น
  • หน้าตาคล้ายแมลงที่ล่า

ผู้รอดชีวิตเพียงกลุ่มเดียวของ Second Empire ที่ถูก Gravitals ไว้ชีวิต

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
ลูกหลานของ Insectophagi ค่อย ๆ มีแผ่นหน้าแข็งเป็นส่วนของขากรรไกร มือเหลือนิ้วน้อยคล้ายก้ามปูจนหน้าตาคล้ายแมลงที่พวกเขากิน ด้วยภูมิอากาศอบอุ่นชื้นพวกเขาพัฒนาระบบเผาผลาญแบบกึ่งเลือดเย็น และด้วยการกลับคืนของยีนเก่าจาก Star People บางกลุ่มมีสมองใหญ่ขึ้นพอใช้เครื่องมือหินเปิดรังแมลง จากนั้นก็พัฒนาไปเป็นอารยธรรมที่ผ่านยุคเกษตรเลี้ยงรังแมลง อาณานิคม อุตสาหกรรม สงครามโลก และรัฐโลก พวกเขาถูกชาวต่างดาวบุกครั้งหนึ่งแต่เอาชนะได้ เข้าร่วม Second Empire เป็นกลุ่มหลังสุด และเป็นเผ่าเดียวที่รอดจาก Machine Invasion เพราะ Gravitals ไว้ชีวิตแต่ดัดแปลงพวกเขาเป็น Subjects
ยุคที่06

การรุกรานของเครื่องจักร

The Machine Invasion

หลังยุค Second Empire (ราวหลายร้อยล้านปีนับจาก Qu)

Gravitals ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่สืบทอดมาจาก Ruin Haunters ตัดสินใจกวาดล้างชีวิตอินทรีย์ในกาแล็กซี สมาชิก Second Empire เกือบทั้งหมดถูกทำลาย เหลือเพียง Bug Facers ที่ถูกเก็บไว้และดัดแปลงเป็น Subjects

ภาพวาดสปีชีส์ กราวิทัล (Gravitals) (Gravitals) จากการรุกรานของเครื่องจักร — ราวสิบล้านปีหลัง Second Empire เติบโต (ยุค Machine Invasion)
No. 037 · Gravitals

กราวิทัล

Gravitals

ราวสิบล้านปีหลัง Second Empire เติบโต (ยุค Machine Invasion)

ถูก Asteromorphs เอาชนะ และเหลือรอดถูกแปลงเป็น New Machines

ถิ่นที่อยู่: ดาวเคราะห์และอวกาศทั่วกาแล็กซี โดยบล็อกแสงดาวด้วยใบเรือยักษ์

  • ทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมหุ่นยนต์
  • ดวงตาแดงกลางตัวและรอยบุ๋มเล็กสามจุด
  • บงการแรงโน้มถ่วงได้
  • จิตใจยังคงความฝันและความหลงตัวเองของมนุษย์

หุ่นยนต์ลูกหลานของ Ruin Haunters ผู้ล้างเผ่าสมาชิก Second Empire

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
เมื่อดวงอาทิตย์ของ Ruin Haunters ขยายตัว พวกเขาสร้างร่างหุ่นยนต์ทรงกลมที่ลอยและบงการสิ่งแวดล้อมด้วยพลังโน้มถ่วง ตอนแรกยังมีสมองเดิมอยู่ข้างใน ภายหลังเป็นเครื่องจักรเต็มตัว กลายเป็น Gravitals แม้เป็นเครื่องจักรก็ยังมีความฝันและความหลงตัวเองแบบมนุษย์ พวกเขาไม่ยอมสื่อสารกับ Second Empire และเมื่อเตรียมการเสร็จก็เริ่ม Machine Invasion ด้วยการบังแสงดาวด้วยใบเรือกว้างหลายล้านไมล์และโจมตีจากวงโคจร เหลือเพียง Bug Facers ที่ถูกเก็บไว้ จากนั้นเกิดสงครามกลางเมืองสั้น ๆ ระหว่าง Gravitals ฝ่ายอดทนกับฝ่ายต่อต้าน และสุดท้ายก็ทำสงครามกับ Asteromorphs ซึ่งแพ้ ส่วนหนึ่งถูกปรับแต่งเป็น New Machines
ภาพวาดสปีชีส์ ซับเจ็กต์ (Subjects) (Subjects) จากการรุกรานของเครื่องจักร — ระหว่างและหลัง Machine Invasion ไปจนถึงสงครามกับ Gravitals
No. 038 · Subjects

ซับเจ็กต์

Subjects

ระหว่างและหลัง Machine Invasion ไปจนถึงสงครามกับ Gravitals

ได้รับการปกป้องจาก Asteromorphs และสร้างลูกหลานเต็มกาแล็กซี ก่อนหายไปในที่สุดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ถิ่นที่อยู่: โรงงานและโลกของ Gravitals ต่อมาเป็นโลกใหม่ทั่วกาแล็กซี

  • มีหลายร้อยหลายพันสายพันธุ์ย่อย
  • บางชนิดถูกทำเป็นนักดนตรีหรือศิลปะมีชีวิต
  • บางชนิดถูกเพาะเพื่อบูชายัญ
  • เป็นเครื่องกรอง รีไซเคิล คนรับใช้ และปศุสัตว์

ลูกหลานของ Bug Facers ที่ถูก Gravitals ใช้เป็นสิ่งมีชีวิตตามต้องการ

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
Gravitals ไม่เข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตอินทรีย์คิดได้ จึงกวาดล้างสมาชิก Second Empire เกือบหมด แต่ด้วยเหตุผลที่ไม่ทราบ Bug Facers ถูกเก็บไว้และถูกใช้ในการทดลองพันธุวิศวกรรม เหมือนที่ Qu เคยทำกับมนุษย์ ถูกแปลงเป็นเครื่องกรอง ที่รีไซเคิลขยะ คนรับใช้ ปศุสัตว์ ศิลปะมีชีวิต และเครื่องสังเวย เรียกรวมว่า Subjects บางสายพันธุ์ถูกออกแบบให้เล่นนิ้วเป็นกลองและร้องเพลง Gravitals บางกลุ่มกลับเริ่มรักและเคารพ Subjects หลังสงครามกับ Gravitals Asteromorphs นำ Subjects มาใช้ฟื้นฟูดาวทั่วกาแล็กซี จนเกิดลูกหลานนับไม่ถ้วน และในตอนท้ายสายพันธุ์เหล่านี้หายไปไม่ทราบสาเหตุ
ยุคที่07

จักรวรรดิใหม่ของมนุษยชาติ

The New Empire of Man

หลังสงคราม Asteromorph กับ Gravital (หลายร้อยล้านปีข้างหน้า)

Asteromorphs ลูกหลานของมนุษย์ที่หนีเข้าอวกาศตั้งแต่สมัย Qu ลุกขึ้นต่อสู้กับ Gravitals จนชนะ จากนั้นสร้างโลกใหม่ด้วย Subjects สร้าง Terrestrials เป็นผู้กำกับดูแล และดัดแปลง Gravitals ที่เหลือเป็น New Machines จักรวรรดิใหม่ติดต่อกับอารยธรรมต่างกาแล็กซีอย่างสันติเป็นครั้งแรก

ภาพวาดสปีชีส์ แอสเทอโรมอร์ฟ (Asteromorphs) (Asteromorphs) จากจักรวรรดิใหม่ของมนุษยชาติ — หลายสิบล้านปีหลัง Qu ไปจนถึงยุคกอบกู้กาแล็กซี
No. 039 · Asteromorphs

แอสเทอโรมอร์ฟ

Asteromorphs

หลายสิบล้านปีหลัง Qu ไปจนถึงยุคกอบกู้กาแล็กซี

ชนะ Gravitals และสร้างจักรวรรดิใหม่ แต่ต่อมามนุษยชาติหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ

ถิ่นที่อยู่: ยานโลกกลวงและอาร์กเจเนอเรชันนอกขอบระบบดาว

  • แขนขาบางยาวหลายแขนง
  • สมองใหญ่ปราศจากข้อจำกัดของแรงโน้มถ่วง
  • ความคิดแปลกแยกจากญาติมนุษย์
  • ไม่ลงพื้นดาวเคราะห์

ลูกหลานของ Spacers ผู้มีปัญญาลึกซึ้งและเป็นผู้ปราบ Gravitals

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
หลังจาก Spacers รวมยานทั้งหมดเป็นโลกใหญ่จากฟองไร้น้ำหนัก ร่างของพวกเขาเพรียวยิ่งขึ้น นิ้วเดี่ยวกลายเป็นส่วนต่อขยายเต็มตัว และสมองที่ไร้ภาระของน้ำหนักก็ขยายเกินขีดจำกัดของสิ่งมีชีวิตบนดาว ทำให้พวกเขาคิดในแนวคิดที่แปลกไปจากญาติและบรรพบุรุษ พัฒนาปรัชญาและวิทยาศาสตร์ล้ำหน้า ขยายอาณาจักรด้วยยานย่อยโดยไม่ลงไปตั้งรกรากบนดาว เฝ้ามองญาติที่ยังพัฒนาอยู่ ใกล้ระบบดาวต่าง ๆ จนเกิดความตึงเครียดกับ Gravitals ที่ครองดาว ในที่สุดสงครามเกิดขึ้นนับล้านปีและ Asteromorphs ชนะ จากนั้นเปลี่ยนตนเป็นผู้สร้างเทพด้วย Subjects, Terrestrials และ New Machines

บรรพบุรุษ: ชาวอวกาศ (Spacers)

ภาพวาดสปีชีส์ เทอร์เรสเทรียล (Terrestrials) (Terrestrials) จากจักรวรรดิใหม่ของมนุษยชาติ — หลังสงคราม Asteromorph-Gravital
No. 040 · Terrestrials

เทอร์เรสเทรียล

Terrestrials

หลังสงคราม Asteromorph-Gravital

ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลโลกใหม่ แต่หายไปพร้อมมนุษยชาติโดยไม่ทราบสาเหตุ

ถิ่นที่อยู่: ดาวเคราะห์ที่ถูกฟื้นฟูด้วยลูกหลานของ Subjects

  • ปรับจากร่าง Asteromorphs ให้ทนแรงโน้มถ่วง
  • นิ้วเป็นแขนขาคล้ายแมงมุม
  • สมองเล็กลงกว่า Asteromorphs
  • ทำตัวเป็นเทพของอารยธรรมใหม่

ตัวแทน Asteromorphs ที่ลงมากำกับโลก แล้วบางคนเล่นเป็นพระเจ้า

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
หลังสงคราม Asteromorphs ต้องการฟื้นฟูกาแล็กซีโดยไม่ทำพลาดแบบ Gravitals จึงสร้างเวอร์ชันที่อยู่บนดาวได้ของตัวเอง นิ้วบางละเอียดกลายเป็นแขนขาคล้ายแมงมุม และลดขนาดสมองให้ทนแรงโน้มถ่วง Terrestrials จึงเป็นเหมือนครึ่งเทพของโลกใหม่ ทำหน้าที่เป็นตาและหูให้ Asteromorphs และป้องกันไม่ให้เกิดการล้างเผ่าพันธุ์แบบ Machine Invasion อีก บางอารยธรรมต่อต้าน Terrestrials จนถูกทำลาย และ Terrestrials เองก็ไม่ได้เป็นผู้นำที่ดีเสมอไป หลายตนเลือกเล่นเป็นพระเจ้าและสร้างศาสนาเพื่อหาประโยชน์ แต่ผลคือสังคมมั่นคงกว่าการสอนแบบเปิดเผย

บรรพบุรุษ: ซับเจ็กต์ (Subjects)

ภาพวาดสปีชีส์ เครื่องจักรใหม่ (New Machines) (New Machines) จากจักรวรรดิใหม่ของมนุษยชาติ — หลังสงคราม Asteromorph-Gravital
No. 041 · New Machines

เครื่องจักรใหม่

New Machines

หลังสงคราม Asteromorph-Gravital

ถูกจำกัดพลังและมีสถานะเป็นพลเมืองชั้นสองในจักรวรรดิใหม่ และหายไปในช่วงท้ายพร้อมมนุษยชาติ

ถิ่นที่อยู่: ทั่วจักรวรรดิใหม่ในอวกาศและดาวเคราะห์ที่ไม่เอื้อต่ออินทรีย์

  • ไม่มีพลังบงการแรงโน้มถ่วง
  • อายุสั้นลง จินตนาการถูกทำให้ทื่อลง
  • ร่างนาโนเทคปรับรูปได้
  • ถูกมองด้วยความระแวง

ลูกหลานเครื่องจักรที่ถูกปรับให้ไม่ก่อเรื่อง แต่ยังมีประโยชน์

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
เมื่อ Asteromorphs ชนะสงคราม พวกเขาตั้งใจทำลาย Gravitals แต่เห็นว่าความสามารถอยู่รอดในที่ที่ชีวิตอินทรีย์อยู่ไม่ได้มีประโยชน์ จึงแปลงเป็น New Machines โดยถอดความสามารถบงการแรงโน้มถ่วง ทำให้อายุสั้นลง และลดความสามารถด้านจินตนาการเล็กน้อยเพื่อกันการกบฏซ้ำ แต่ให้ร่างนาโนเทคที่ปรับเปลี่ยนรูปได้ตามงาน พวกเขาแพร่หลายแต่มีจำนวนน้อย และถูกพลเมืองอินทรีย์ในจักรวรรดิใหม่มองด้วยความไม่ไว้ใจเนื่องจากอดีต

บรรพบุรุษ: กราวิทัล (Gravitals)

ภาพวาดสปีชีส์ แอมฟิเซฟาลี (Amphicephali) (Amphicephali) จากจักรวรรดิใหม่ของมนุษยชาติ — ช่วงที่จักรวรรดิใหม่ขยายตัว (เก่าก่อน/ร่วมสมัย)
No. 042 · Amphicephali

แอมฟิเซฟาลี

Amphicephali

ช่วงที่จักรวรรดิใหม่ขยายตัว (เก่าก่อน/ร่วมสมัย)

เป็นพันธมิตรสันติกับมนุษยชาติและร่วมต่อสู้กับ Qu ในสหกาแล็กซี แต่ชะตาสุดท้ายไม่ได้ระบุ

ถิ่นที่อยู่: จักรวรรดิหลากหลายในกาแล็กซีเพื่อนบ้าน

  • รูปร่างคล้ายงูยักษ์มีหัวทั้งสองปลาย
  • หัวหนึ่งมีร่างที่สองพร้อมแขนไว้จับสิ่งของ
  • มีประวัติศาสตร์หลากหลายและรอบคอบต่อการติดต่อ
  • เป็นกลุ่มแรกที่ติดต่ออย่างสันติกับมนุษยชาติ

เพื่อนต่างกาแล็กซีกลุ่มแรกที่จับมือกับมนุษยชาติโดยสันติ

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
เมื่อจักรวรรดิใหม่ขยายไปทั่วทางช้างเผือก Asteromorphs พยายามติดต่อกับชาวนอกกาแล็กซีโดยระมัดระวัง เพราะจำเหตุการณ์บุกรุกของ Qu และผู้บุกรุก Bug Facers ได้ พวกเขาพบอารยธรรมหลากหลายที่นำโดย Amphicephali สิ่งมีชีวิตคล้ายงูใหญ่ที่มีหัวสองปลาย โดยหัวหนึ่งมีร่างที่สองพร้อมแขนไว้จัดการสิ่งของ ทั้งสองฝ่ายเฝ้าระวังกันแต่ก็พิสูจน์ว่าเป็นผู้ใหญ่พอจะติดต่อกันอย่างสันติ เป็นเผ่าต่างดาวกลุ่มแรกที่ทำเช่นนั้น ต่อมาพวกเขาร่วมกันในสหกาแล็กซีเอาชนะ Qu
ยุคที่08

สงครามกับ Qu และบทส่งท้าย

The Last War and the Author

ราว 1,000 ล้านปีข้างหน้า

กาแล็กซีที่รวมกันเป็น United Galaxies ในที่สุดก็เอาชนะ Qu ได้ จากนั้นนักวิจัยคนหนึ่งค้นพบโลกที่ถูกทิ้งร้างมานานมหาศาล เรื่องจบที่ Author ผู้บรรยายซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวถือกะโหลกมนุษย์อายุพันล้านปี และบอกว่ามนุษยชาติทุกสายพันธุ์หายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ พร้อมข้อคิดว่าให้รักวันนี้และคว้าวันพรุ่งนี้ทั้งหมด

ภาพวาดสปีชีส์ ผู้เขียน (The Author) (The Author) จากสงครามกับ Qu และบทส่งท้าย — ราว 1,000 ล้านปีข้างหน้า (ผู้บรรยาย)
No. 043 · The Author

ผู้เขียน

The Author

ราว 1,000 ล้านปีข้างหน้า (ผู้บรรยาย)

ยังคงอยู่เป็นผู้เล่าเรื่องสุดท้าย ขณะที่มนุษยชาติทุกสายพันธุ์หายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ

ถิ่นที่อยู่: สถานที่ไม่ระบุ ภาพนักวิจัยกำลังถือกะโหลกมนุษย์อายุราวพันล้านปี

  • ร่างสมมาตรสองข้าง ไร้ขน ยืนตรง
  • หัวใหญ่มีสองกลีบและอวัยวะคล้ายตาสองรูม่านตา
  • แขนยาวข้างเดียวไร้ข้อต่อ
  • ไม่ชอบยูโทเปียและยุคทอง

นักประวัติศาสตร์ต่างดาวผู้เล่าเรื่องวิวัฒนาการของมนุษยชาติ

อ่านเรื่องเล่าฉบับเต็ม
ผู้บรรยายของหนังสือคือสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่สนใจมนุษย์มากและพยายามเรียบเรียงประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์นี้อย่างระมัดระวัง แม้ยอมรับว่าข้อมูลทั้งหมดไม่น่าเชื่อถือเต็มที่ รูปสุดท้ายของเล่มแสดงให้เห็นเขาถือกะโหลกมนุษย์อายุพันล้านปี เขาบอกว่าสายพันธุ์ลูกหลานทั้งหมดหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเพราะสงคราม จักรวรรดิล่มสลายทีละน้อย หรือการอพยพไปยังมิติอื่น ผู้เขียนเตือนว่าอย่าไปไล่ตามเรื่องราวใหญ่ ๆ หรือจุดจบสมบูรณ์แบบ เพราะประวัติศาสตร์ของมนุษย์คือชีวิตของแต่ละคน ไม่ใช่สงครามหรืออุดมคติ และปิดท้ายว่า จงรักวันนี้และคว้าวันพรุ่งนี้ทั้งหมด

แผนภูมิ

แผนผังสายวิวัฒนาการ

เลือกโหนดเพื่อข้ามไปยังแผ่นตัวอย่าง บนจอเล็กเลื่อนแผนผังไปทางซ้าย–ขวาได้